สรุปสั้นๆ
รับได้ และรับ SMS ในต่างประเทศไม่เสียเงิน ถ้าทำ 3 อย่างนี้
ข้อควรระวังข้อเดียว คือการรับสายเสียเงินตามอัตราโรมมิ่งของประเทศนั้น
ทำไมต้องใช้เบอร์ไทยตอนอยู่ต่างประเทศ
การโอนเงินในแอปธนาคารส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ SMS แต่มีหลายกรณีที่ยังต้องรับรหัส OTP ทางเบอร์ไทย เช่น
เราไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะต้องใช้ตอนไหน จึงควรเตรียมให้รับ SMS ได้ตลอดทริป
ขั้นที่ 1: เปิดบริการโรมมิ่งก่อนบิน
การเปิดบริการโรมมิ่งไม่ใช่การซื้อแพ็กเน็ตโรมมิ่ง เปิดได้ฟรี แล้วจะได้ SMS ยืนยันจากค่าย
| ค่าย | วิธีเปิดบริการโรมมิ่ง |
|---|---|
| AIS | กด *125*1# แล้วโทรออก หรือแอป myAIS → โปรไฟล์ → จัดการเครือข่าย → บริการโรมมิ่ง |
| True / dtac | เปิดผ่านแอป True หรือแอป dtac (เมนูตั้งค่าโรมมิ่ง) ลูกค้าเติมเงินกด *118*001# ขณะยังอยู่ไทย |
ถ้าลืมเปิดก่อนบิน ยังเปิดผ่านแอปของค่ายได้ตอนอยู่ต่างประเทศ โดยใช้เน็ตจาก eSIM หรือ Wi-Fi
ขั้นที่ 2: ตั้งค่ามือถือ กันเน็ตรั่ว
ขั้นนี้สำคัญที่สุด ถ้าตั้งผิด เครื่องอาจแอบใช้เน็ตจากซิมไทยซึ่งค่าโรมมิ่งแพงมาก
iPhone
Apple อธิบายว่า Data Roaming คือการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายต่างประเทศ การรับ SMS จึงไม่ต้องเปิด Data Roaming ของซิมไทย
Android
ชื่อเมนูต่างกันตามยี่ห้อ ตัวอย่าง Samsung คือ ตั้งค่า → การเชื่อมต่อ → ตัวจัดการซิม (SIM manager)
Android หลายรุ่นเปิด-ปิด Data Roaming พร้อมกันทุกซิม ถ้าต้องเปิดให้ eSIM ใช้เน็ตได้ ให้ปิดเน็ตของซิมไทยผ่านแอปค่ายเพิ่มอีกชั้น จะได้มั่นใจว่าไม่เสียค่าเน็ตโรมมิ่ง
ถ้าซิมไทยไม่ขึ้นสัญญาณ
ค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้
| การใช้งานบนซิมไทย | ค่าใช้จ่าย |
|---|---|
| รับ SMS (รวม OTP) | ฟรี |
| รับสาย | เสียเงิน ตามอัตราโรมมิ่งของประเทศนั้น |
| โทรออก / ส่ง SMS | เสียเงิน |
| ใช้เน็ต | เสียเงินและแพง ป้องกันด้วยขั้นที่ 2 |
ถ้ามีคนโทรเข้าเบอร์ไทยระหว่างทริป ไม่จำเป็นอย่ารับ แล้วโทรกลับทาง LINE หรือ FaceTime ผ่านเน็ต eSIM แทน
เคล็ดลับเรื่องแอปธนาคาร
ถ้าไม่อยากใช้ eSIM
ซื้อแพ็กโรมมิ่งของค่ายไทยก็รับ OTP ได้เหมือนกัน เพราะใช้ซิมไทยทั้งเน็ตและ SMS ในซิมเดียว สะดวกกว่าแต่ส่วนใหญ่ราคาแพงกว่า eSIM ท่องเที่ยว เหมาะกับทริปสั้นหรือมือถือที่ไม่รองรับ eSIM
ยังไม่แน่ใจว่ามือถือรองรับ eSIM ไหม ดู วิธีเช็คและติดตั้ง eSIM หรือเลือกแพ็กตามประเทศที่ eSIM ทุกประเทศ